คู่มือขอวีซ่านักเรียนเยอรมนี (Student Visa) อัปเดตล่าสุด 2026-2027

การไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนีเป็นหมุดหมายในฝันของนักเรียนไทยหลายคน เนื่องจากมาตรฐานการศึกษาระดับโลก และมหาวิทยาลัยรัฐบาลส่วนใหญ่ไม่เก็บค่าเล่าเรียน อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนที่ท้าทายที่สุดด่านหนึ่งคือ การขอวีซ่านักเรียนเยอรมนี (National Visa Category D) บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลและกฎเกณฑ์อัปเดตล่าสุดสำหรับปี 2026-2027 เพื่อให้นักเรียนไทยเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและแม่นยำที่สุด

ใครบ้างที่ต้องขอวีซ่าเยอรมนี สำหรับนักเรียนไทย?

  • ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทยทุกคน ที่ต้องการเดินทางไปศึกษาต่อในประเทศเยอรมนีเป็นระยะเวลา เกิน 90 วัน จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าประเภทมหาชาติ (National Visa – Type D) ก่อนการเดินทาง
  • ประเภทของวีซ่าเรียนต่อ:
    • Student Visa (Section 16b): สำหรับผู้ที่ได้รับการตอบรับเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัย (Admission Letter) หรือได้รับตอบรับแบบมีเงื่อนไข (Conditional Admission)
    • Student Applicant Visa (Section 17): สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับการตอบรับอย่างเป็นทางการ แต่มีนัดหมายไปสอบคัดเลือกหรือสอบเข้า (Entrance Exam/Aufnahmetest) ของมหาวิทยาลัยหรือ Studienkolleg ในเยอรมนี

ยื่นวีซ่านักเรียนเยอรมนี ปี 2026 ที่ไหน?

ปัจจุบัน สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ได้แต่งตั้งให้ศูนย์บริการ VFS Global เป็นผู้ดูแลการนัดหมายและรับยื่นเอกสารคำร้องขอวีซ่าพำนักระยะยาว (รวมถึงวีซ่านักเรียน)

  • สถานที่ยื่น: ศูนย์ยื่นวีซ่าเยอรมนี VFS Global กรุงเทพฯ (นอกจากนี้ยังมีสาขาเชียงใหม่และภูเก็ต แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขและประเภทวีซ่าที่กำหนด จึงแนะนำให้ตรวจสอบระบบนัดหมายหลัก)
  • การจองคิว: ต้องลงทะเบียนและจองคิวล่วงหน้าผ่านระบบ VFS Global Germany Thailand เท่านั้น

เอกสารที่ใช้ยื่นวีซ่านักเรียนเยอรมนี ปี 2026 (เอกสารสำคัญที่สุด)

การเตรียมเอกสารที่ครบถ้วนเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการอนุมัติวีซ่า เอกสารหลักที่ต้องใช้ประกอบด้วย:

  1. แบบฟอร์มคำร้องและรูปถ่าย: ใบสมัครวีซ่าระยะยาวที่กรอกผ่านระบบ VIDEX ออนไลน์ พร้อมพิมพ์ออกมาและลงชื่อ และรูปถ่ายแบบไบโอเมตริก (Biometric) ล่าสุด
  2. หนังสือเดินทาง (Passport): เล่มจริงที่มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน พร้อมสำเนา
  3. หลักฐานการศึกษา:
    • ใบตอบรับเข้าศึกษาจากสถาบันในเยอรมนี (Zulassungsbescheid)
    • หลักฐานการศึกษาสูงสุดที่ผ่านมา (Transcript, Degree Certificate) เป็นภาษาอังกฤษ
  4. หลักฐานทางภาษา (Language Proficiency): ใบเซอร์ภาษาเยอรมันหรือภาษาอังกฤษ (เช่น IELTS, TOEFL, Goethe-Zertifikat) ตามเกณฑ์ที่หลักสูตรกำหนด
  5. จดหมายแสดงแรงจูงใจ (Motivation Letter) และ CV: อธิบายเป้าหมายการเรียนและการกลับมาประยุกต์ใช้
  6. หลักฐานทางการเงิน (Financial Proof) – ปี 2026-2027:
    • บัญชีบล็อก (Blocked Account / Sperrkonto): มียอดเงินขั้นต่ำที่รัฐบาลเยอรมันกำหนดคือ 992 ยูโรต่อเดือน หรือคิดเป็น 11,904 ยูโรต่อปี (ฝากผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรอง เช่น Expatrio, Fintiba หรือ Coracle)
    • หรือ ทุนการศึกษาเต็มจำนวนที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายเทียบเท่า
    • หรือ หนังสือค้ำประกันอย่างเป็นทางการจากผู้สนับสนุนในเยอรมนี (Verpflichtungserklärung)
  7. ประกันสุขภาพ (Health Insurance): ประกันสุขภาพสำหรับช่วงแรกที่เดินทางเข้าประเทศ (Incoming Insurance) ยาวไปจนถึงประกันสุขภาพนักเรียนเมื่อเปิดเรียน

โดยอาจมีการเรียกเอกสารบางอย่างเพิ่มเติมโดยสถานทูต แล้วแต่การพิจารณาเป็นรายกรณีไป

ขั้นตอนการยื่นวีซ่านักเรียนเยอรมนี

  1. ได้รับใบตอบรับจากมหาวิทยาลัย: หรือใบนัดสอบ เพื่อระบุประเภทวีซ่าที่ต้องยื่น
  2. เปิดบัญชีบล็อก (Blocked Account): ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีบล็อกให้เรียบร้อยเพื่อรับใบยืนยัน (คีย์เวิร์ดสำคัญคือต้องเผื่อเวลาโอนเงินข้ามประเทศประมาณ 3-5 วันทำการ)
  3. กรอกใบสมัครและจองคิว: กรอกแบบฟอร์ม VIDEX และทำการนัดหมายวันยื่นเอกสารผ่านเว็บ VFS Global
  4. ยื่นเอกสารและเก็บข้อมูลอัตลักษณ์: เดินทางไปที่ศูนย์ VFS Global ตามวันนัดหมาย ส่งเอกสาร ตรวจสอบเอกสาร สัมภาษณ์เบื้องต้น จ่ายค่าธรรมเนียม และพิมพ์ลายนิ้วมือ
  5. รอผลการพิจารณา: ทางสถานทูตจะส่งหนังสือเดินทางกลับคืนมาตามวิธีที่เลือก (มารับเองหรือส่งไปรษณีย์)

ค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่านักเรียนเยอรมนี

  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าของสถานทูต (Visa Fee): 75 ยูโร (สำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป) และ 37.50 ยูโร (สำหรับผู้เยาว์) โดยต้องชำระเป็นเงินบาท (THB) ตามอัตราแลกเปลี่ยนของสถานทูต ณ วันที่ยื่น
  • ค่าบริการของศูนย์ VFS Global: จะมีค่าบริการดำเนินงานเพิ่มเติมแยกต่างหากจากค่าธรรมเนียมหลัก
  • ค่าธรรมเนียมการเปิดบัญชีบล็อก: ประมาณ 49 – 159 ยูโร และค่าบริการรายเดือนประมาณ 5 – 10 ยูโร (ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการที่เลือก)

จำนวนวันที่คาดว่าจะได้รับวีซ่า

  • ระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่านักเรียนเยอรมนีโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 4 ถึง 8 สัปดาห์ (ในบางกรณีอาจใช้เวลานานกว่านั้นถึง 12 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของผู้สมัครและเมืองที่ไปเรียน)
  • คำแนะนำ: ควรยื่นคำร้องล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 เดือนก่อนกำหนดการเดินทาง เพื่อป้องกันการล่าช้าที่อาจส่งผลกระทบต่อวันเปิดเรียน

เมื่อเดินทางถึงเยอรมนี: ขั้นตอนต่อไปของนักเรียน

วีซ่าที่ได้รับจากสถานทูตในไทยจะเป็นวีซ่าเข้าเมืองชั่วคราว (มักมีอายุ 3-6 เดือน หรือ 1 ปี) เมื่อเดินทางถึงเยอรมนีแล้ว ต้องจัดการ 3 สิ่งนี้ทันที:

  1. ลงทะเบียนที่อยู่ (Anmeldung): ต้องไปแจ้งย้ายเข้าและลงทะเบียนที่พัก ณ สำนักงานเขตท้องถิ่น (Bürgeramt / Einwohnermeldeamt) ภายใน 14 วันหลังจากได้ที่พัก
  2. เปิดใช้งานบัญชีบล็อกและประกันสุขภาพ: นำเอกสารไปอัปโหลดเพื่อเปิดรับเงินรายเดือน (992 ยูโร) เข้าบัญชีธนาคารเยอรมันทั่วไป และเปิดใช้สิทธิ์ประกันสุขภาพเยอรมัน
  3. ขอใบอนุญาตพำนัก (Aufenthaltserlaubnis): ไปติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเมืองที่เรียนอยู่ (Ausländerbehörde) เพื่อเปลี่ยนวีซ่าชั่วคราวเป็นบัตรอนุญาตพำนักเพื่อการศึกษา (Residence Permit) ซึ่งปกติจะต่ออายุให้ครั้งละ 1-2 ปี

บริการของ PWK

เพื่อลดความผิดพลาดและเพิ่มความมั่นใจในการอนุมัติวีซ่า PWK พร้อมให้บริการดูแลนักเรียนไทยแบบครบวงจร:

  • บริการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและการเขียน Motivation Letter ให้โดนใจสถานทูต
  • ให้คำแนะนำและช่วยประสานงานการเปิดบัญชีบล็อก (Blocked Account) และการเลือกประกันสุขภาพที่ตรงตามเงื่อนไขวีซ่า
  • ติวเข้มและเตรียมความพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์วีซ่า
  • ดูแลและให้คำปรึกษาจนกระทั่งได้รับวีซ่าและพร้อมออกเดินทาง

❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขอวีซ่าเยอรมนี สำหรับนักเรียน (Student Visa)

Q: เอกสารสำคัญที่สุดสำหรับการขอวีซ่านักเรียนคืออะไร?

A: เอกสารที่เป็นหัวใจสำคัญและขาดไม่ได้เลยคือ ใบตอบรับเข้าศึกษาจากสถาบันในเยอรมนี (Zulassungsbescheid) และ หลักฐานการเงินที่เพียงพอ (Blocked Account) ซึ่งเป็นสองสิ่งหลักที่พิสูจน์ว่าคุณมีวัตถุประสงค์ในการไปเรียนจริงและสามารถดูแลตัวเองได้ตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ครับ

Q: ต้องมีเงินในบัญชีบล็อก (Sperrkonto) เท่าไหร่สำหรับปี 2026-2027?

A: ตามเกณฑ์อัปเดตล่าสุดสำหรับปี 2026-2027 นักเรียนต้องมียอดเงินฝากขั้นต่ำในบัญชีบล็อก 992 ยูโรต่อเดือน หรือคิดเป็น 11,904 ยูโรต่อปี (แนะนำให้ตรวจสอบเกณฑ์ของสถานทูตอีกครั้งก่อนโอนเงิน เผื่อมีการปรับเปลี่ยนตามอัตราเงินเฟ้อ)

Q: เงินในบัญชีบล็อก (Blocked Account) จะได้คืนอย่างไร?

A: เมื่อเดินทางถึงประเทศเยอรมนีและเปิดบัญชีธนาคารท้องถิ่น (Girokonto) เรียบร้อยแล้ว ระบบของผู้ให้บริการบัญชีบล็อกจะทยอยโอนเงินที่บล็อกไว้จำนวน 992 ยูโรเข้าบัญชีปกติให้คุณโดยอัตโนมัติในทุกๆ เดือน เพื่อนำไปใช้จ่ายเป็นค่าครองชีพครับ

Q: ถ้าวีซ่าไม่ผ่าน จะได้เงินในบัญชีบล็อกคืนไหม?

A: ได้คืนแน่นอนครับ โดยคุณจะต้องนำใบปฏิเสธวีซ่า (Official Refusal Letter) จากสถานทูตเยอรมนี ส่งไปให้ผู้ให้บริการบัญชีบล็อกเพื่อทำเรื่องปิดบัญชี จากนั้นระบบจะโอนเงินทั้งหมดกลับคืนมายังบัญชีธนาคารเดิมที่ไทย (อาจมีการหักค่าธรรมเนียมการโอนและค่าเปิดบัญชีแรกเข้าในบางราย)

Q: เอกสารภาษาไทยต้องแปลเป็นภาษาอะไร?

A: เอกสารราชการที่เป็นภาษาไทยทั้งหมด (เช่น ใบเกิด, ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล, ทะเบียนบ้าน) ต้องได้รับการแปลเป็นภาษาเยอรมันหรือภาษาอังกฤษ โดยศูนย์แปลที่ได้รับการรับรอง และต้องนำไปผ่านขั้นตอนการรับรองเอกสารไม่ปลอมแปลง (Legalization) จากสถานทูตเยอรมนีก่อนนำไปยื่นวีซ่า

Q: วีซ่านักเรียนเยอรมนีสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ไหม?

A: ทำได้ตามกฎหมายครับ กฎหมายเยอรมันอนุญาตให้นักเรียนต่างชาติสัญชาตินอกกลุ่ม EU สามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้สูงสุด 140 วันเต็ม (Full Days) หรือ 280 ครึ่งวัน (Half Days) ต่อปี เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและสะสมประสบการณ์การทำงาน

Q: ประกันสุขภาพสำหรับนักเรียนเป็นอย่างไร?

A: ในการยื่นวีซ่าคุณต้องใช้ ประกันสุขภาพสำหรับช่วงแรกที่เดินทางเข้าประเทศ (Incoming Insurance) ที่มีวงเงินคุ้มครองตามเงื่อนไขของ Schengen และเมื่อเดินทางไปถึงเยอรมนีและขึ้นทะเบียนเรียนแล้ว นักเรียนที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี จะต้องสมัคร ประกันสุขภาพของรัฐ (Public Health Insurance เช่น TK, AOK, Barmer) ซึ่งเป็นภาคบังคับสำหรับนักเรียนมหาวิทยาลัยครับ

Q: ต้องสแกนลายนิ้วมือไหม?

A: ต้องสแกนครับ ผู้สมัครทุกคนที่ยื่นขอวีซ่าระยะยาว (National Visa) จะต้องเดินทางมาแสดงตัวที่ศูนย์ VFS Global เพื่อทำการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล (Biometric Data) ซึ่งรวมถึงการถ่ายรูปหน้าตรงและสแกนลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว

Q: ค่าบริการที่ VFS เท่าไหร่?

A: นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมวีซ่าของสถานทูตจำนวน 75 ยูโรแล้ว ศูนย์ VFS Global จะคิดค่าบริการดำเนินงาน (Service Fee) เพิ่มเติมประมาณ 1,000 – 1,500 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนและประเภทบริการเสริมที่คุณเลือก เช่น บริการส่งพาสปอร์ตกลับทางไปรษณีย์ หรือบริการแจ้งเตือนผ่าน SMS)

Q: หากถูกปฏิเสธวีซ่า สามารถอุทธรณ์ได้หรือไม่?

A: สามารถอุทธรณ์ได้ครับ หากวีซ่าถูกปฏิเสธ คุณมีทางเลือก 2 วิธี คือ
1. การยื่นอุทธรณ์ (Remonstration): ส่งจดหมายชี้แจงและแนบหลักฐานเพิ่มเติมหักล้างข้อหาที่โดนปฏิเสธไปยังสถานทูตภายในระยะเวลาที่กำหนด (ปกติคือ 1 เดือน)
2. การยื่นใบสมัครใหม่: แก้ไขจุดบกพร่องในเอกสารเดิมให้เรียบร้อยแล้วทำการนัดหมายเพื่อยื่นขอวีซ่าใหม่อีกครั้ง ซึ่งวิธีนี้มักจะเร็วกว่าขั้นตอนการอุทธรณ์ในบางกรณี

แชทปรึกษาฟรี